น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณรายละเอียด
บริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006·ร้านค้าทางการบน SHOPEE · LAZADA · TIKTOK SHOP · LINEบริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006
ช่องทางการสั่งซื้อ
JAPAN QUALITY·輝く毎日を、内側から。·GMP · ISO · HACCP · FSSC 22000 · HALAL CERTIFIED
ร่างกายทำงานอย่างไร

ปริมาณที่แนะนำเปลี่ยนไปตามอายุอย่างไร?

·
ค่าที่แนะนำต่อวันไม่ได้คงที่ตลอดชีวิต บางอย่างเพิ่มขึ้นตามอายุ บางอย่างลดลง และข้อหลังมักถูกมองข้าม

ตารางค่าที่แนะนำต่อวันมักถูกอ่านเป็นตัวเลขเดียว ทั้งที่จริงแล้วแยกตามเพศและช่วงวัย

อะไรที่เพิ่มขึ้นตามอายุ?

แคลเซียม ค่าอ้างอิงของสหรัฐอเมริกาที่เผยแพร่โดย Office of Dietary Supplements อยู่ที่ 1,000 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ และเพิ่มเป็น 1,200 มิลลิกรัมสำหรับผู้หญิงอายุเกิน 50 ปี และสำหรับทุกคนที่อายุเกิน 70 ปี

วิตามินดี อยู่ที่ 15 ไมโครกรัมหรือ 600 หน่วยสากลต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ และ 20 ไมโครกรัมหรือ 800 หน่วยสากลสำหรับผู้ที่อายุเกิน 70 ปี

อะไรที่ลดลง?

ธาตุเหล็กในผู้หญิง ค่าที่แนะนำอยู่ที่ 18 มิลลิกรัมต่อวันในช่วงอายุ 19 ถึง 50 ปี และ 8 มิลลิกรัมตั้งแต่อายุ 51 ปีขึ้นไป เท่ากับผู้ชายวัยผู้ใหญ่

ข้อนี้มักถูกมองข้าม เพราะหลายคนยังเสริมธาตุเหล็กในปริมาณเดิมต่อไปหลังเข้าช่วงวัยถัดไป

อะไรที่ไม่เปลี่ยนแต่ต้องระวังเรื่องการดูดซึม?

วิตามินบี 12 ค่าที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 2.4 ไมโครกรัมต่อวันและไม่เปลี่ยนตามอายุ แต่การดูดซึมอาศัยกระบวนการเฉพาะในกระเพาะอาหาร ปริมาณที่กินกับปริมาณที่ร่างกายได้รับจึงไม่ใช่ตัวเลขเดียวกันเสมอไป

โปรตีนล่ะ?

แนวทางสากลโดยทั่วไปอยู่ที่ราว 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป ตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 447) พ.ศ. 2566 โปรตีนมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตและคงสภาพของมวลกล้ามเนื้อ

ตัวเลขเหล่านี้ใช้อย่างไร?

เป็นค่าอ้างอิงสำหรับประชากรทั่วไป ไม่ใช่เป้าหมายเฉพาะบุคคล ใช้เป็นจุดตั้งต้นในการดูว่าอาหารประจำวันห่างจากค่านั้นมากน้อยแค่ไหน

ฉลากผลิตภัณฑ์ในไทยมักแสดงร้อยละเทียบกับค่าสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทย ซึ่งเป็นคนละชุดตัวเลขกับค่าของสหรัฐอเมริกาที่อ้างถึงข้างต้น

ควรทบทวนเมื่อไร?

เมื่อเปลี่ยนช่วงวัย เมื่อรูปแบบอาหารเปลี่ยน และเมื่อเริ่มใช้ยาประจำตัว ซึ่งกรณีหลังควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค